Error in queryR3: INSERT INTO tmp_users_1v3fct05 VALUES ( '2051', '2051', 'สังคมวิทยา', 'Career Maturity of Thai and Australian Adolescents', 'กรุงเทพ ฯ และจังหวัดต่าง ๆ', 'กรกฎาคม 2545 – สิงหาคม 2546 เข้ามา 2 ช่วง \r\n1.กรกฎาคม – สิงหาคม 2545\r\n2.พฤษภาคม – สิงหาคม 2546', 'Mrs. Hughes, Catherine', '-', 'ออสเตรเลีย', 'ทุนส่วนตัว', 'วุฒิภาวะการเลือกอาชีพ (Career maturity) เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตคนตามทฤษฎีของโดนัลด์ ซูเปอร์ ซึ่งมี 2 ประเภท คือ ความสามารถของบุคคลในการตัดสินใจเลือกอาชีพในช่วงเวลาที่เหมาะสมและวิธีการจัดการพัฒนาอาชีพ\r\nทฤษฎีการพัฒนาอาชีพของซูเปอร์เป็นที่ยอมรับและใช้ในสาขาวิชาการต่าง ๆ นักเขียนจำนวนมากรวมถึงตัวซูเปอร์ได้แนะนำให้มีการวิจัยต่อยอดเพื่อศึกษาความถูกต้องหรือความมีเหตุผลของทฤษฎีการพัฒนาอาชีพและศึกษาวุฒิภาวะเกี่ยวกับการเลือกอาชีพของกลุ่มชนต่าง ๆ ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันหรือเป็นการศึกษาข้ามชาติ\r\nนักวิจัยจึงประสงค์จะศึกษาอิทธิพลของปัจจัยแวดล้อม ซึ่งได้แก่ลักษณะทางสังคมหรือวัฒนธรรม ลักษณะผู้ปกครอง ความคิดและประสบการณ์ส่วนตัว ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อการพัฒนาวุฒิภาวะในการเลือกอาชีพของวัยรุ่น ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตัวแทนของสังคมต่างคนต่างอยู่หรือปัจเจกชน (individualist) โดยจะศึกษาเปรียบเทียบเด็กวัยรุ่นในเมืองกับชนบท และเด็กวัยรุ่นทั่วไปกับวัยรุ่นที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้าและเด็กประสบปัญหา ในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ', '1.สร้างแบบสอบถามและแบบสำรวจเพื่อสอบถามวัยรุ่น ประเด็นต่าง ๆ ดังนี้\r\n1.1 วุฒิภาวะการเลือกอาชีพ โดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการวางแผนการ เลือกอาชีพ\r\n1.2 ลักษณะของผู้ปกครองเด็ก โดยใช้แบบสำรวจทัศนคติของเด็กวัยรุ่นที่มีต่อผู้ปกครอง ซึ่งได้แก่พ่อและแม่\r\n1.3 ลักษณะของวัยรุ่นในสังคมแบบรวบรวมกลุ่มกับปัจเจกชน โดยให้เด็กนิยามและบรรยายเกี่ยวกับตัวเองในหัวข้อ “ฉันคือ” ประมาณ 20 นิยาม\r\n1.4 ความคิดของเด็กวัยรุ่นในเรื่องต่าง ๆ เช่น วิชาที่ชอบ โรงเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ เป็นต้น โดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวเอง\r\n1.5 ข้อมูลทางด้านประชากร เพื่อช่วยในการแปลผลข้อมูล โดยใช้แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานสำหรับนักเรียน เช่น วันเดือน ปีเกิด อายุ ชื่อ โรงเรียน ประเทศที่เกิด การใช้ภาษาในบ้าน เป็นต้น\r\n2.การเลือกกลุ่มตัวอย่าง\r\n2.1 กลุ่มแรกใช้ในการศึกษานำร่อง (pilot study) โดยเลือกนักเรียนเกรด 9 หรือ ม.3 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 และนักเรียนเกรด 11 หรือ ม.5 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 ทั้งหมดเป็นนักเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาในกรุงเทพ ฯ\r\n2.2 กลุ่มที่สองใช้ในการศึกษาจริง (principal study) โดยแบ่งเป็นนักเรียน ดังนี้\r\n1) นักเรียนเกรด 9 หรือ ม.3 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 ทั้งหมด เป็นนักเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาในกรุงเทพ ฯ\r\n2) นักเรียนเกรด 9 หรือ ม. 3 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 และนักเรียนเกรด 11 หรือ ม. 5 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 ทั้งหมดเป็นนักเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาในต่างจังหวัด\r\n3) วัยรุ่นอายุราว 14-15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 จำนวน 30 คน แบ่งเป็นชาย 15 หญิง 15 และเด็กวัยรุ่นอายุราว 16-17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 จำนวน 30 คน แบ่งเป็นชาย 15 หญิง 15 ทั้งหมดเป็นเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง เด็กที่เป็นทุกข์หรือตกอยู่ในความลำบาก ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์\r\nการเลือกโรงเรียนที่จะเข้าไปรวบรวมข้อมูลจะปรึกษาและขออนุญาตจากกรมสามัญศึกษาและกรมประชาสงเคราะห์ เด็กวัยรุ่นที่จะร่วมในโครงการต้องสมัครใจและได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครอง ข้อมูลทั้งหมดของเด็กจะถูกเก็บเป็นความลับ\r\n3.นำแบบสอบถามและแบบสำรวจไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้เลือกไว้ แล้วอาจมีการแก้ไข เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาจริงกับตัวอย่างที่ได้เลือกไว้ แล้วนำผลไปวิเคราะห์ทางสถิติ', 'Royal Melbourne Institute of Technology University \r\nAustralia', '1.ศ.ดร.จรรยา สุวรรณทัต (เกษียณแล้ว) ประธานอนุกรรมการดำเนินการโครงการวิจัยแม่บทการวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย,วช.\r\n2.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ\r\n - คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา\r\n ศ.ดร.ผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์\r\n3.กรมสามัญศึกษา\r\n - กองแผนงาน ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์\r\n นางดารากร เพ็ญศิริ\r\n4.กรมประชาสงเคราะห์\r\n - กองสงเคราะห์เด็กและบุคคลวัยรุ่น\r\n น.ส.พิมพิมล พลเวียง', ' ' );. Incorrect key file for table '/tmp/#sqlc9c_3351_0.MYI'; try to repair it